หน้าหลัก สมัครเรียน MIS นักศึกษา | MIS บุคลากร |    ผู้ดูแลระบบ
  Welcome To . . TBJ
 

หน้าหลัก --> กองทุนกู้ยืม (กยศ.)

:: กองทุนกู้ยืม (กยศ.) ::

 

แนวปฏิบัติในการขอกู้ยืมเงิน กองทุนเงินให้ยืมเพื่อการศึกษา

1.นักเรียน นักศึกษาที่มีสิทธิ์กู้ยืมได้ ต้องเป็นผู้ที่ศึกษาในระดับ 
    1.1 มัธยมศึกษาตอนปลาย ทั้งสายสามัญและสายอาชีพ 
    1.2 อุดมศึกษา ไม่สูงกว่าปริญญาตรี 

2.คุณสมบัติของนักเรียน นักศึกษาผู้มีสิทธิกู้ยืม 
   2.1รายได้ของบิดามารดาและนักเรียนหรือนักศึกษาผู้ขอกู้ยืมรวมไม่เกิน 200,000 บาท/ปี 
หากผู้ใช้อำนาจปกครองมิใช่บิดา มารดาให้ถือรายได้ของผู้ปกครองแทนบิดา มารดา 
(ในกรณีมีการรับรองรายได้ผู้มีสิทธิ์รับรองรายได้ ครอบครัวผู้ขอกู้ยืมเงิน คือ
         - ข้าราชการดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ 5 ขึ้นไป หรือตำแหน่งเทียบเท่า หรือ 
         - ผู้บริหารสถาบันการศึกษาหรือผู้ปกครองท้องถิ่นระดับผู้ใหญ่บ้านขึ้นไป 
    2.2 เป็นผู้มีสัญชาติไทย 
    2.3 ศึกษาที่สถาบันในประเทศไทย 
    2.4 ไม่เคยเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาใดๆ 
    2.5 ไม่เคยเป็นผู้ทำงานประจำระหว่างศึกษา 
    2.6 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 
    2.7 ในขณะกู้ยืมเงิน ต้องเป็นผู้ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะ
กระทำความผิดอาญากรณีนักศึกษาผู้กู้มีคู่สมรสรายได้ของครอบครัว หมายถึง รายได้ของนักศึกษาผู้กู้ยืมและคู่สมรสด้วยกัน 
   2.8 เป็นผู้มีการเรียนดี หรือเป็นผู้ที่ผ่านเกณฑ์ตามระเบียบว่าด้วยการวัดผลและการประเมินผลการศึกษา 
   2.9 เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบหรือการประกาศสอบคดีบุคคลเข้าศึกษาใน
โรงเรียนสถานศึกษาหรือสถานการศึกษาซึ่งอยู่ในสังกัด ควบคุมหรือกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงหรือส่วนราชการอื่น รัฐวิสาหกิจยกเว้นทบวงมหาวิทยาลัย 

3. ค่าใช้จ่ายที่พึงกู้ได้ 
   นักเรียน นักศึกษาผู้ขอกู้ จะกู้เงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาได้เพราะค่าใช้จ่าย ดังต่อปนี้ 
   3.1ค่าบำรุงการศึกษา ค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียมการศึกษา และค่าใช้จ่ายเกี่ยวเนื่องกับการศึกษาจ่ายตามภาคหรือปีการศึกษา
ตามที่สถาบันการศึกษาเรียกเก็บ โดยจ่ายเข้าบัญชีของสถาบันการศึกษานั้น 
   3.2 ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา เช่น หนังสือ ตำรา อุปกรณ์ประกอบการเรียน นอกเหนือจาก 3.1 ให้จ่าย เข้าบัญชี
ของนักเรียน นักศึกษาผู้กู้ยืมเงิน 
   3.3 ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการครองชีพระหว่างการเรียน 
        3.3.1 ค่าที่พักของสถาบันการศึกษา ซึ่งจะจ่ายเข้าบัญชีของสถาบันการศึกษานั้น 
        3.3.2 ค่าใช้จ่ายนอกเหนือจาก
        3.3.1 ซึ่งจะจ่ายบัญชีของนักเรียน นักศึกษาผู้กู้ยืมเงิน 

ขอบเขตการให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาในส่วนที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด



หมายเหตุ 
1. ระดับอนุปริญญา ให้ใช้วงเงินเดียวกับ ระดับ ปวช. ปวส.
2. วงเงินที่ใช้กับนักเรียน นักศึกษา ของสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ 
    2.1 สำหรับผู้กู้รายเก่าที่กู้ต่อเนื่อง 
    2.2 สำหรับผู้กู้รายใหม่ 


4. ระยะเวลาที่กู้ 
   4.1 ผู้กู้รายเก่า (ไม่เปลี่ยนระดับการศึกษาและเปลี่ยนสถานศึกษา) 
        - ยืนยันการลงทะเบียนผ่านระบบ e-Studentloan ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2552
        - รับเงินค่าครองชีพภายใน 30 วัน นับแต่วันเปิดภาคเรียน 
   4.2 ผู้กู้รายใหม่และผู้รายเก่า  (ไม่เปลี่ยนระดับการศึกษาและไม่เปลี่ยนสถานศึกษา) 
        - ลงทะเบียนขอรหัสผ่าน ตั้งแต่เดื่อนมกราคม 2552 
        - รับเงินค่าครองชีพ ภายใน 45 วัน นับตั้งแต่วันเปิดภาคเรียน 

5. ระยะเวลาที่ขอกู้ 
    ผู้ขอกู้ กู้ได้ทุกปีตั้งแต่เริมเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย (ทั้งสายสามัญและอาชีวะ) 
จนกระทั้งเรียนจบ ปริญญาตรีโดยต้องสัญญากู้ปีต่อปี 

6. เอกสาร/หลักฐาน ประกอบการพิจารณาขอกู้ 
    6.1 รูปภาพของผู้ยื่นของกู้ ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 1 รูป 
    6.2 สำเนาทะเบียนบ้าน 
    6.3 สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาบัตรประชาชนตัวผู้เสียภาษีของ 
         - ผู้ยื่นคำขอกู้  -บิดา/มารดา  หรือผู้ปกครอง/ผู้อุปการะ  -ผู้รับรองรายได้ 
    6.4 หนังสือรับรองเงินเดือนของบิดา/มารดา  หรือผู้ปกครอง/ผู้อุปการะ  หรือ 
    6.5 หนังสือรับรองรายได้และฐานะของบิดา/มารดา   หรือผู้ปกครอง/ผู้อุปการะ 
    6.6 หนังสือแสดงความคิดเห็นของอาจารย์แนะแนว  หรือทำหน้าที่ปรึกษา 
    6.7 แผนผังที่ตั้งอยู่อาศัยของบิดา/มารดาหรือผู้ปกครอง/ผู้อุปการะ 
    6.8 ใบแสดงผลการศึกษา  ในปีการศึกษาที่ผ่านมา 
หมายเหตุ  ถ้ามีหลักฐานตาม6.4แล้วไม่ต้องมีหลักฐานตาม6.5 

7.วิธีการขอกู้ 
    -นักศึกษาเข้า  Internet  www.studentioan.or.th 

8. ห้ามปิดบัญชีเงินฝาก 
    บัญชีเงินฝากกองทุนฯจะปิดได้ต่อเมื่อผู้กู้ชำระหนี้หมดยกเว้นกรณีที่เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์กองทุนฯเล่มใหม่แล้ว 

9.เอกสารที่ต้องการใช้ในการแนบสัญญากู้ฯ ส่งธนาคาร 
    ทุนครั้งที่ทำสัญญาฯ ต้องแนบสำเนาสมุดคู่ฝากเงินออมทรัพย์ที่เปิดกับธนาคารกรุงไทยฯ 
สำเนาทะเบียนบ้านที่มีหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้กู้ยืมเงิน 

10. สิ่งที่ต้องปฏิบัติของผู้กู้ 
     10.1 เมื่อยื่นกู้ต้องเขียนสัญญากู้ให้ครบถ้วน หากไม่เข้าใจต้องปรึกษาครูอาจารย์ที่รับผิดชอบ 
การให้กู้ หรือเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทยฯ สาขาใกล้บ้าน 
     10.2 เก็บเอกสารสัญญากู้คู่ฉบับไว้ที่ตนเองทุกฉบับจนกว่าจะใช้คืนเงินกู้ให้เรียบร้อย 
     10.3 เมื่อได้รับอนุมัติการให้กู้แล้ว ธนาคารฯ จะนำเงินเข้าบัญชีเป็นรายเดือน ทุกวันเกิดของผู้กู้ยืม 
     10.4 เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ ย้ายสถานศึกษา หรือ จบการศึกษา จะต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ 
ย้ายสถานศึกษา หรือ จบการศึกษาต่อธนาคารฯ ภายใน 15 วัน วันที่เปลี่ยนแปลงหรือจบการศึกษา 
โดยติดต่อขอแบบรายงานได้ที่สถานศึกษา 

11. ทำอย่างไรเมื่อได้รับเงินเข้า 
    11.1 ผู้กู้ยืมเงินติดต่อสถานศึกษา แจ้งให้ทราบว่ายังไม่ได้รับการโอนเงินในขณะที่ผู้กู้ยืมเงินรายอื่นได้รับเงินเรียบร้อยแล้ว 
    11.2 สถานศึกษารวบรวมรายชื่อผู้กู้ยืมเงินที่ไม่ได้รับเงิน โดยถ่ายเอกสารใบนำส่งและทะเบียนคุมสัญญาในชุดที่มี
สัญญาของผู้กู้ยืมเงินรายนั้นๆ แจ้งให้ทางธนาคารกรุงไทยฯ ทราบทางโทรสารหมายเลข 0-2256-8756 เพื่อ ตรวจสอบ
หาสาเหตุของผู้กู้แต่ละราย 
    11.3 ให้สถานศึกษาติดต่อให้ธนาคารกรุงไทยโดยด่วน ภายในปีการศึกษานั้นๆ

ปีที่ชำระ

ร้อยละของเงินต้น

ปีที่ชำระ

ร้อยละของเงินเดือน

ปีที่ชำระ

ร้อยละของเงินต้น

ปีที่ 1 
ปีที่ 2 
ปีที่ 3 
ปีที่ 4 
ปีที่ 5

1.5 
2.5 
3.0 
3.5 
4.0

ปีที่ 6 
ปีที่ 7 
ปีที่ 8 
ปีที่ 9 
ปีที่ 10

4.5 
5.0 
6.0 
7.0 
8.0

ปีที่ 11 
ปีที่ 12 
ปีที่ 13 
ปีที่ 14 
ปีที่ 15

9.0 
10.0 
11.0 
12.0 
13.0

12.ระยะเวลาที่คืนเงินกู้ 
เมื่อผู้กู้จบการศึกษาระดับสุดท้ายแล้ว2ปีต้องใช้คืนพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ1ต่อปีในระยะเวลา15 ปีดังนี้ 

13.การชำระเงินกู้ 

     13.1ผู้กู้เงินต้องชำระเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยคืนกองทุนภายหลังวันที่ได้รับอนุมัติให้สำเร็จการศึกษาหรือมีคำสั่งให้พ้นสภาพการ
เป็นนักเรียนนักศึกษาแล้ว2ปี  โดยนำสัญญากู้พร้อมสมุดบัญชีเงินฝากไปติดต่อผ่านธนาคารกรุงไทยฯทุกสาขา 
     13.2 ต้องชำระเงินกู้ให้เสร็จสิ้นภายในเวลา15ปีนับแต่วันที่เริ่มชำระ 
     13.3 นำเงินส่งกองทุนเป็นรายปีตามจำนวนที่ต้องการชำระในแต่ละปีไม่น้อยกว่าอัตราที่คณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืม
เพื่อการศึกษากำหนด 
     13.4 หากไม่สามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดแจ้งให้สำนักงานกองทุนเงินยืมเพื่อการศึกษากระทรวงการคลัง
ผ่านธนาคารฯ เพื่อพิจารณาผ่อนผันให้เป็นรายๆไป 
     13.5 ผู้กู้ยืมเงินจะชำระเงินกู้ยืมคืนก่อนกำหนดก็ได้ 
     13.6 ผู้กูยืมเงินจะบอกเลิกสัญญากู้ยืมเงินเมื่อใดก็ได้โดยแจ้งเป็นตัวหนังสือให้สำนักงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กระทรวงการคลังทราบผ่านธนาคารกรุงเทพและต้องส่งเงินกู้ยืมที่ได้รับไปแล้วคนภายใน 30 วัน หรือภายในในกำหนดเวลาที่คณะกรรมการ
กองทุนเงินให้ยืมเพื่อการศึกษากำหนด 
    13.7การชำระหนี้เสร็จสิ้นเมื่อผู้กู้ยืมส่งเงินชำระหนี้หรือผู้กู้เงินถึงแก่ความตาย 
    13.8 ในกรณีที่ผู้กู้ยืมเงินกองทุน เดินทางไปต่างประเทศเป็นเวลา 6เดือนขึ้นไป จะต้องชำระหนี้ทั้งหมดคืนของทุน ก่อนเดินทาง

14. การยกเลิกการให้กู้ 
เมื่อปรกฎภายหลังว่า 
    14.1 ผู้กู้ยืมเงินไม่มีสิทธิกู้ยืมเงิน หรือได้มีการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จในสาระสำคัญ 
    14.2 ผู้กู้ยืมเงินไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงที่ให้ไว้กับกองทุน 

15. กรณีผู้กู้ยกเลิกการกู้ 
     ถ้าผู้กู้ยกเลิกการกู้ยืม แต่ศึกษาต่อ ต้องแจ้งสถานการณ์เป็นนักเรียน/นักศึกษาให้ธนาคารทราบทุกปี 
ถ้าไม่แจ้งหลังจากยกเลิกการกู้แล้ว 2ปี ธนาคารจะติดตามหนี้ชำระเงินกองทุนฯ 

16. การเปลี่ยนสัญญากู้กรณีผู้กู้ย้ายสถานศึกษา 

กรณีย้ายสถานศึกษาและทำสัญญากู้ไว้แล้วเมื่อต้องการกู้ในสถานแห่งใหม่จะทำไม่ได้เนื่องจากเป็นการกู้ครั้งที่ 2ในปีเดียวกัน เว้นแต่ 
     16.1ผู้กู้ยืมยืมเงินต้องบอกเลิกสัญญากู้ยืมที่ลงนามไว้กับสถานศึกษาเดิมก่อน โดยให้สถานศึกษาแจ้งการพ้นสภาพเป็นนักเรียน/นักศึกษา และให้นักเรียน/นักศึกษาแจ้งยกเลิกสัญญาสบับเดิมตามคำขอที่กำหนดที่ส่งให้ธนาคาร ทราบโดยผ่านสาขาธนาคารกรุงไทยฯที่สถานศึกษาได้เปิดบัญชี 
     16.2 ผู้กู้ยืมต้องชำระคืนเงินกู้ทั้งหมดที่ได้รับไปตามสัญญากู้ยืมเดิมได้ยกเลิกตามข้อ16.1เฉพาะในปีการศึกษานั้นโดยชำระเข้าบัญชีกองทุนให้
กู้ยืมเพื่อการศึกษาบัญชีที่ 3 ผ่านสาขาของธนาคารกรุงเทพฯทุกสาขา 
     16.3 บัญชีเงินฝากอออมทรัพย์เดิมของผู้กู้ยืมสำหรับการโอนเงินกู้เข้าบัญชียังสามารถใช้ใด กรณีไม่สะดวกผู้กู้ยืนสามารถ
ขอเปิดบัญชีใหม่แล้ว ให้ไปปิดบัญชีเดิมด้วย เมื่อผู้กู้ยืมดำเนินการตามข้อ16.1-16.3 เรียบร้อยแล้วจึงจะสามารถแจ้งความประสงค์ขอกุ้ยืมและจัดสำสัญญากู้ยืมกับสถานศึกษาใหม่ 

17. การปิดบัญชีผู้กู้ยืมโครงกรกองทุนฯ 
กรณีนักเรียน/นักศึกษาย้ายสถานศึกษาใหม่ซึ่งจะอู่คนละจังหวัดและไม่สะดวกที่จะใช้บัญชีสาขาเดิมสามารถดำเนินการได้โดย 
     17.1 นักเรียน/นักศึกษา นำเอกสารการอนุมัติกู้ยืมไปเปิดบัญชี ณ สาขาที่ต้องการเปิดบัญชีใหม่ 
     17. 2นักเรียน/นักศึกษา นำสนุกเงินเงินฝากเล่มใหม่มาเป็นหลักฐานให้สาขาเดิมปิดบัญชี ห้ามปิดบัญชีผู้กุ้โครงการกองทุนฯในขณะที่นักเรียน/นักศึกษามีสถานะเป็นหนี้กับกองทุนอยู่ 
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์กองทุนกู้ยืม(กยศ.) ตามลิงค์นี้ http://www.studentloan.or.th/index.php

 


 

 

   มหาวิทยาลัยศรีปทุม
   สำนักงานคณะกรรมการ
  ส่งเสริมการศึกษาเอกชน

  กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา
  Nectec
   งานจัดหางาน
   wikipedia
   สโมสรเยาวชนคนอนาคต
   สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ
   สมาคมวิทยาลัยอาชีวศึกษา
   ชมรมศิษย์เก่า
   ข้อมูลพื้นฐานจังหวัด

Contact us ©  วิทยาลัยเทคโนโลยีไทยเบญจบริหารธุรกิจชลบุรี 695/11ก. ถนนสุรชัย ต.มะขามหย่ง อ.เมือง จ.ชลบุรี 20000 โทร 038-277-777 โทรสาร 038-286-276 Mail: thaiben_tbj@hotmail.com

Follow us :        Share
      Walmart Shopping
จำนวนคนเข้าชมเว็บ
ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 16/12/2556